แชร์

Focus Shockwave รักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพเพศชาย | BSHC

อัพเดทล่าสุด: 10 เม.ย. 2024
2666 ผู้เข้าชม
Shockwave

Focus shockwave เป็นการรักษา ภาวะหย่อนสมรรถภาพเพศชาย ที่มีปัญหาการแข็งตัวขององคชาต หรือ ที่เรียกว่า Erectile Dysfunction หรือ ED ด้วย Focus shockwave ซึ่งเป็นคลื่นเหนือเสียงที่มีคุณสมบัติพิเศษ แตกต่างจากคลื่นเสียงแบบอื่นๆ เมื่อทำการรักษาลงไปที่ลำองคชาติบริเวณเนื้อเยื่อคล้ายฟองน้ำที่มีเส้นเลือดอยู่ในนั้น จะไปกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซม ฟื้นฟูเนื้อเยื่อ เส้นเลือด เส้นประสาท ที่เดิมอาจเสื่อมสภาพ ขยายตัวได้ไม่ดี หรือตีบตัน เกิดการสร้างเส้นเลือดขึ้นมาใหม่ทดแทน จึงมีเลือดไหลเข้ามาในองคชาตได้มากขึ้น เส้นประสาทไวต่อการกระตุ้นมากขึ้น การแข็งตัวเวลามีเพศสัมพันธ์จึงดีขึ้น  


Focus shockwave ช่วยรักษาอาการอะไรได้บ้าง และการทำหัตการนี้เหมาะกับใคร
- โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ED ที่มีสาเหตุจากความเสื่อมของเส้นเลือด เส้นประสาท ได้แก่ อายุที่เพิ่มขึ้นร่วมกับมีโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ มีความดันโลหิตสูง อ้วนลงพุง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากแล้วมีปัญหาการแข็งตัวตามมา
- โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ED ที่รับประทานยากลุ่มไวอะกร้า ไซอาลิส แล้วไม่ได้ผลดีเหมือนตอนแรกที่เริ่มรักษาแม้ว่าจะใช้ยาในขนาดสูงสุดที่แพทย์สั่งแล้วก็ตาม โดยการรักษาด้วย Focus shockwave ช่วยให้กลับมาตอบสนองต่อการใช้ยาดีขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวระดับน้อยถึงปานกลางที่ไม่ต้องการรับประทานยา มีผลข้างเคียงจากยา หรือมีข้อห้ามในการใช้ยากลุ่มไวอะกร้า ไซอาลิส ได้แก่ ผู้ป่วยโรคหัวใจที่รับประทานยาขยายหลอดเลือดไนเตรท
- โรคองคชาตโค้งงอและเจ็บที่เกิดจากก้อนพังผืด
- อาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรังตามหลังโรคต่อมลูกหมากอักเสบ


การเตรียมตัวก่อนทำหัตถการ
ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ รับประทานยาโรคประจำตัวตามปกติ ไม่ต้องโกนขนบริเวณหัวหน่าว
การปฏิบัติตัวหลังทำหัตถการมีอะไรบ้าง
หลังทำการรักษาสามารถกลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้ทันที สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้เลยทันที
ใช้ระยะเวลาเท่าไรในการทำหัตถการ
ใช้เวลาทำครั้งละนานประมาณ 15 นาที ความถี่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ จำนวน 6-12 ครั้ง ขึ้นกับระดับอาการของ ED และการตอบสนองต่อการรักษาที่อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินผลและแนะนำแนวทางงที่เหมาะสม ส่วนใหญ่มักเริ่มเห็นผลการรักษาหลังทำไป 4-6 ครั้ง  และผลการรักษาคงอขู่ได้นาน 6-12 เดือน
ความรู้สึกในการทำ
รู้สึกเหมือนมีอะไรมากระแทกที่ลำองคชาตแต่ส่วนใหญ่มักไม่เจ็บ ในบางรายที่มีความไวต่อความรู้สึกอาจมีอาการเจ็บจึ๊ดๆ ยิบๆ ได้ แต่มักจะหายไปหลังทำการรักษาเสร็จ


ข้อห้ามและข้อควรระวังอะไรบ้างในการทำหัตถการ
- มีแผลหรือการอักเสบบริเวณที่จะทำการรักษา หรือกำลังมีการอักเสบติดเชื้อเฉียบพลันของทางเดินปัสสาวะ
- มะเร็งองคชาต
- ผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด วอร์ฟาริน (ข้อควรระวัง) มีภาวะเลือดออกง่าย
อาจจะมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
อาจมีอาการเจ็บจึ๊ดๆ ยิบๆ ได้ แต่มักจะหายไปหลังทำการรักษาเสร็จ
เมื่อทำด้วยเครื่องมือ Focus shockwave ที่ได้มาตรฐานมีข้อมูลจากการศึกษาวิจัยรองรับ ทำโดยแพทย์หรือผู้มีประสบการณ์แล้วพบว่ามีความปลอดภัยสูงแทบจะไม่มีผลข้างเคียงอื่นเลย


บทความที่เกี่ยวข้อง
Penile Filler for Treatment of Premature Ejaculation
ภาวะหลั่งไวหมายถึงภาวะที่ถึงจุดสุดยอดด้วยการกระตุ้นทางเพศเล็กน้อย หรือใช้ระยะเวลาในการสอดใส่น้อยกว่าที่คาดหวังไว้และส่งผลต่อความทุกข์ทางใจ ภาวะหลั่งไวเป็นปัญหาสุขภาพทางเพศชายที่พบได้บ่อยถึงร้อยละ 20 ถึง 30 การดูแลรักษาประกอบไปด้วยการปรับพฤติกรรม ยาชาเฉพาะที่ การรับประทานยา เป็นต้น ในปัจจุบันได้มีการแนวการดูแลที่เพิ่มมากขึ้น เช่นการฉีดสาร hyaluronic acid เพื่อช่วงรักษาภาวะหลั่งไวและการผ่าตัดเส้นประสาทบริเวณองคชาตซึ่งการผ่าตัดเป็นการทำลายเส้นประสาทถาวร
10 เม.ย. 2024
รู้หรือไม่ว่า "HPV" สามารถพบได้ในทุกเพศ และพบอย่างน้อย 40% ของประชาก
HPV (Human Papilloma Virus)สามารถพบได้ในทุกเพศ และพบอย่างน้อย 40% ของประชากรทั่วไป HPV ก่อให้เกิดหูดหงอนไก่และเกิดมะเร็งของช่องทางเพศสัมพันธ์ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งองคชาต มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งคอหอย ถุงยางอนามัยไม่ได้ป้องกัน 100% เพราะการติดเชื้ออาจเกิดจากการสัมผัสเสียดสีภายนอกได้การฉีดวัคซีนมีประโยชน์อย่างมาก โดยแนะนำฉีดในทุกเพศ เพราะเพศสัมพันธ์มีได้หลายช่องทาง (เด็ก 9 ถึง 15 ปีฉีดเพียง 2 เข็ม หากเกิน 15 ปีจะต้องฉีด 3 เข็ม)การคัดกรองมะเร็งจากเชื้อ HPV ที่มีประโยชน์มาก ได้แก่ การคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในหญิง และการคัดกรองมะเร็งทวารหนักในกรณีมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก เช่น ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย
31 พ.ค. 2024
Erectile Dysfunction
ภาวะองคชาตจม เป็นภาวะที่องคชาตจมหายไปกับส่วนของหนังหัวหน่าว อาจจมเพียงส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดก็เป็นได้ สาเหตุที่เกิดขึ้นอาจเป็นโดยกำเนิด ภาวะอ้วน อายุที่เพิ่มมากขึ้น การหดตัวลงขององคชาตเนื่องจากการอักเสบเรื้อรัง หรือการตัดหนังหุ้มปลายองคชาตมากไปหลังการขลิบ เป็นต้น โดยจะใช้การรักษาเป็นการผ่าตัดเป็นหลัก
6 เม.ย. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy