แชร์

ภาวะความผิดปกติของการรับความรู้สึกบริเวณอวัยวะเพศและอุ้งเชิงกราน (Persistent Genital Arousal Disorder/Genitopelvic Dysesthesia : PGAD/GPD) | BSHC

อัพเดทล่าสุด: 8 พ.ค. 2025
2888 ผู้เข้าชม

เป็นความผิดปกติทางเพศในผู้หญิงที่พบได้ไม่บ่อยนัก มีลักษณะสำคัญคือ มีอาการรู้สึกไม่สบาย ปวด บวม ตึง หรือรู้สึกเต้นตุบ ๆ คล้ายมีอาการเสียวที่บริเวณอวัยวะเพศ เช่น คลิตอริส แคมใหญ่ แคมเล็ก ช่องคลอด ฝั่งอุ้งเชิงกราน หรือทวารหนัก อย่างต่อเนื่องและรุนแรง โดยเป็นอาการที่เกิดขึ้นเองโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่สามารถควบคุมได้ และไม่ได้เกิดจากการมีอารมณ์หรือความต้องการทางเพศแต่อย่างใด อาการเหล่านี้มักส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก ทำให้รู้สึกอับอาย เครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ หงุดหงิด ซึมเศร้า และอาจมีความคิดอยากฆ่าตัวตายได้ในรายที่มีอาการรุนแรง
         สาเหตุของ PGAD/GPD ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางจิตใจ ความผิดปกติของหลอดเลือดหรือเส้นประสาทบริเวณอุ้งเชิงกราน ผลข้างเคียงของยาบางชนิด เช่น ยาต้านเศร้า หรือการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในวัยทองของผู้หญิง
         การวินิจฉัย PGAD/GPD จำเป็นต้องอาศัยการซักประวัติอย่างละเอียด การประเมินด้านจิตใจ การตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น การตรวจระดับฮอร์โมน การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงที่อวัยวะเพศและอุ้งเชิงกราน การทำ EEG CT หรือ MRI สมอง เป็นต้น
         วิธีการรักษา PGAD/GPD มีหลากหลาย ได้แก่ การทำจิตบำบัด เช่น การจัดการความเครียด การทำสมาธิ การใช้ความเย็นหรือยาชาเฉพาะที่ การปรับเปลี่ยนหรือหยุดยาที่อาจก่อให้เกิดอาการ การใช้ยาต้านเศร้า ยากันชัก การฉีดสารอุดกั้นหลอดเลือดที่ผิดปกติ การผ่าตัดรักษาภาวะเส้นประสาทพูเดนดัลถูกกดทับ การทำ TENS หรือการผ่าตัดกระดูกสันหลังในกรณีที่พบความผิดปกติบริเวณรากประสาทไขสันหลังระดับก้นกบ (Sacral spine) เป็นต้น
         โดยสรุป ภาวะความผิดปกติของการรับความรู้สึกบริเวณอวัยวะเพศและอุ้งเชิงกราน (PGAD/GPD) แม้จะเป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อย แต่ก็ส่งผลกระทบรุนแรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ทั้งในแง่สุขภาพกายและสุขภาพจิต โรคนี้ต้องการความเข้าใจและการยอมรับจากสังคม ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างรอบด้านทั้งทางกายและใจ ตลอดจนการค้นคว้าวิจัยที่มากขึ้นเพื่อหาสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพ บุคลากรทางการแพทย์และผู้ให้การดูแลต้องมีความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ และพร้อมให้การสนับสนุนผู้ป่วยในการรับมือและจัดการกับอาการของโรคนี้ เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น


บทความที่เกี่ยวข้อง
รู้หรือไม่ว่า "HPV" สามารถพบได้ในทุกเพศ และพบอย่างน้อย 40% ของประชาก
HPV (Human Papilloma Virus)สามารถพบได้ในทุกเพศ และพบอย่างน้อย 40% ของประชากรทั่วไป HPV ก่อให้เกิดหูดหงอนไก่และเกิดมะเร็งของช่องทางเพศสัมพันธ์ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งองคชาต มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งคอหอย ถุงยางอนามัยไม่ได้ป้องกัน 100% เพราะการติดเชื้ออาจเกิดจากการสัมผัสเสียดสีภายนอกได้การฉีดวัคซีนมีประโยชน์อย่างมาก โดยแนะนำฉีดในทุกเพศ เพราะเพศสัมพันธ์มีได้หลายช่องทาง (เด็ก 9 ถึง 15 ปีฉีดเพียง 2 เข็ม หากเกิน 15 ปีจะต้องฉีด 3 เข็ม)การคัดกรองมะเร็งจากเชื้อ HPV ที่มีประโยชน์มาก ได้แก่ การคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในหญิง และการคัดกรองมะเร็งทวารหนักในกรณีมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก เช่น ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย
31 พ.ค. 2024
ภาวะฝ่อลีบของช่องคลอดและอวัยวะเพศ
ภาวะฝ่อลีบของช่องคลอดและอวัยวะเพศ (Vulvar and Vaginal Atrophy) เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากมีอาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ โดยมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและเทสโทสเทอโรน ซึ่งส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดและอวัยวะเพศบางลง เกิดอาการแห้ง ระคายเคือง ฉีกขาดง่าย และเจ็บบริเวณทางเข้าช่องคลอด (Vestibulodynia) นอกจากนี้ ภาวะนี้ยังเป็นอาการที่พบได้บ่อยในกลุ่มอาการทางเดินปัสสาวะและอวัยวะเพศในวัยหมดประจำเดือน (Genitourinary Syndrome of Menopause: GSM)
6 เม.ย. 2024
ประเภทของภาวะเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์มีอะไรบ้าง?
ประเภทของภาวะเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ ภาวะเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ มีหลายประเภทซึ่งสามารถจำแนกได้ตามนี้ จำแนกตามตำแหน่งของความเจ็บปวด และจำแนกตามสถานการณ์
29 ก.ย. 2023
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy