แชร์

ภาวะฝ่อลีบของช่องคลอดและอวัยวะเพศ (Vulvar and Vaginal Atrophy) | BSHC

อัพเดทล่าสุด: 10 เม.ย. 2024
1727 ผู้เข้าชม

ภาวะฝ่อลีบของช่องคลอดและอวัยวะเพศ (Vulvar and Vaginal Atrophy) เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากมีอาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ โดยมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและเทสโทสเทอโรน ซึ่งส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดและอวัยวะเพศบางลง เกิดอาการแห้ง ระคายเคือง ฉีกขาดง่าย และเจ็บบริเวณทางเข้าช่องคลอด (Vestibulodynia) นอกจากนี้ ภาวะนี้ยังเป็นอาการที่พบได้บ่อยในกลุ่มอาการทางเดินปัสสาวะและอวัยวะเพศในวัยหมดประจำเดือน (Genitourinary Syndrome of Menopause: GSM)
         สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนที่นำไปสู่ภาวะนี้มีหลายปัจจัย เช่น การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมน (ยาเม็ด แผ่นแปะ ห่วงอนามัย ยาฉีด) ยารักษาภาวะมีบุตรยาก ยารักษาโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (เช่น Lupron ยาเม็ดคุมกำเนิด) การผ่าตัดเอารังไข่ออก และการเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หากไม่ได้รับการรักษา อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ แย่ลง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตทางเพศ ในผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือน การหลีกเลี่ยงการใช้ยาคุมกำเนิดฮอร์โมนขนาดต่ำมากหรือยาคุมกำเนิดฮอร์โมนเพื่อรักษาสิวอาจช่วยป้องกันการเกิดภาวะนี้ได้
         อาการที่พบบ่อย ได้แก่ เจ็บขณะสอดใส่ ช่องคลอดแห้ง มีการหล่อลื่นลดลง ความต้องการทางเพศลดลง แสบ และระคายเคือง จากการตรวจร่างกายจะพบผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศบางลง มีรอยแตกระหว่างแคมใหญ่และแคมเล็ก และมีอาการกดเจ็บทั่วบริเวณอวัยวะเพศ นอกจากนี้ ระดับฮอร์โมนเอสตราไดออลและเทสโทสเทอโรนอิสระในเลือดอาจต่ำกว่าปกติ
         การรักษาภาวะนี้ในผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือน ได้แก่ การหยุดใช้ยาที่เป็นสาเหตุ หรือการใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนและ/หรือเทสโทสเทอโรนชนิดทาเฉพาะที่หรือชนิดรับประทานเพื่อรักษาระดับฮอร์โมนให้สมดุล (แม้ยังไม่ได้รับการรับรองจาก FDA) ส่วนผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน แนะนำให้ใช้ครีมหรือยาเหน็บเอสตราไดออลชนิดเหมือนธรรมชาติที่ได้รับการรับรองจาก FDA หรือยากลุ่ม SERM อย่าง Osphena ในการรักษา
         การรักษาภาวะฝ่อลีบของช่องคลอดและอวัยวะเพศควรเริ่มต้นโดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้อาการแย่ลงจนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ผู้หญิงที่มีอาการควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม การรักษาที่เหมาะสมจะช่วยบรรเทาอาการและฟื้นฟูสุขภาพทางเพศได้อย่างมีประสิทธิภาพ


บทความที่เกี่ยวข้อง
เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ เสี่ยงเป็นภาวะ Dyspareunia
ภาวะเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์หมายถึงการมีอาการเจ็บหรือปวดบริเวณอวัยวะเพศที่เกิดซ้ำหรือต่อเนื่องในขณะมีเพศสัมพันธ์หรือหลังการมีเพศสัมพันธ์การมีเพศสัมพันธ์ที่เจ็บปวดสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ ปัญหาสุขภาพทางกาย เช่น มีบาดแผลบริเวณอวัยวะเพศ ช่องคลอดอักเสบ ภาวะกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเกร็งผิดปกติ ปลายประสาทอักเสบ เป็นต้น ปัญหาสุขภาพด้านจิตใจและอารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล และภาวะเครียดเป็นต้น ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคู่ครอง เช่น ความขัดแย้ง หรือความรุนแรงในครอบครัว
29 ก.ย. 2023
น้ำอสุจิกินได้ไหม
"น้ำอสุจิ" กินได้ไหม?คำตอบคือ! กินได้ และกินไม่ได้กินได้ เพราะน้ำอสุจิมีโปรตีนถึง 200 ชนิด อีกทั้งยังมีฟรุกโตส แคลเซียม วิตามินซี โปรแตสเซียม สังกะสีกินไม่ได้ เพราะน้ำอสุจิอาจมีเชื้อต่าง ๆ เช่น HIV Syphilis เป็นต้นสรุปคือ หากน้ำอสุจิปลอดโรคสามารถรับประทานได้
16 พ.ค. 2024
การปิดตา ช่วยเพิ่มอารมณ์เพศ | BSHC
การแพทย์ค้นพบว่าการลดประสาทสัมผัสบางส่วนในขณะที่มีเพศสัมพันธ์ (sensory deprivation) ทำให้เพิ่มประสาทสัมผัสบางอย่างขึ้นมาได้ เช่น รับสัมผัสดีขึ้น จินตนาการมากขึ้น หรือมีอารมณ์ร่วมมากขึ้นประสาทสัมผัสดังกล่าวได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น ผิวหนัง ดังนั้นฟาหลองปิดตาและฝึกจินตนาการกัน จะรับสัมผัสจากมือและลิ้นได้มากขึ้นตอนช่วงเล้าโลม อารมณ์ร่วมจะตามมา ก็จะทำให้เซ็กส์ครั้งนั้นมีชีวิตชีวาขึ้น เรียกว่า couple sexual enrichment การมัดใน BDSM การใส่ชุดหนังใน fetish ก็ช่วยเรื่องนี้ได้เช่นกัน
31 พ.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy