แชร์

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังชนิดไม่ติดเชื้อ (Interstitial Cystitis : IC) | BSHC

อัพเดทล่าสุด: 10 เม.ย. 2024
1899 ผู้เข้าชม
โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังชนิดไม่ติดเชื้อ

เป็นภาวะที่ผนังกระเพาะปัสสาวะเกิดการอักเสบรุนแรง ทำให้มีอาการปัสสาวะบ่อยมาก (สูงสุดถึง 60 ครั้งต่อวัน) ปวดท้องน้อยและช่องคลอดรุนแรง รวมถึงมีอาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ (Dyspareunia) โดยพบว่าผู้หญิงที่เป็นโรคนี้ถึงร้อยละ 75 รายงานว่าการมีเพศสัมพันธ์จะยิ่งทำให้อาการปวดและปวดปัสสาวะแย่ลง
         สาเหตุของโรค IC นั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มักถูกรายงานว่าเริ่มหลังจาก "การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะรุนแรง" นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้านฮอร์โมน ระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน พันธุกรรม การติดเชื้อ และสิ่งแวดล้อมที่มีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดโรค ภาวะกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเกร็งตัวผิดปกติ (Hypertonic pelvic floor muscle dysfunction) ก็มักพบร่วมกับ IC ด้วย สาเหตุเพิ่มเติมอีกประการคือ การบาดเจ็บต่อเยื่อบุผิวกระเพาะปัสสาวะ
         อาการของ IC ได้แก่ ปัสสาวะบ่อย แสบขัดและปวดเวลาปัสสาวะ ปวดกระเพาะปัสสาวะ และเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ (Dyspareunia)  การตรวจวินิจฉัยโรคนี้ประกอบด้วย การส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ การตัดชิ้นเนื้อกระเพาะปัสสาวะ การใช้แบบสอบถามที่ได้รับการรับรองแล้ว (PUF) การทดสอบความไวต่อโพแทสเซียม และการตรวจร่างกาย
         การรักษา IC ได้แก่ ยา Elmiron การใส่ยาสเตียรอยด์ ยาชา DMSO เข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ การขยายกระเพาะปัสสาวะด้วยน้ำ ยาต้านฮีสตามีน และยาต้านเศร้า
         โดยสรุป โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังชนิดไม่ติดเชื้อ (IC) เป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์ทางเพศ ถึงแม้สาเหตุที่แน่ชัดยังไม่เป็นที่ทราบ แต่ปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก็มีความสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดโรค ดังนั้นการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการรักษาอย่างเหมาะสมจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อที่จะได้ควบคุมอาการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป


บทความที่เกี่ยวข้อง
พี่หมอเอ้ ไขเรื่องลับๆ เวชศาสตร์ทางเพศ คืนความสุขด้วย sextoy รองศาสตราจารย์ ดร.นพ.อติวุทธ กมุทมาศ โดย Way Magazine
"ถึงเวลาแล้วที่ sextoy ควรถูกกฎหมาย เพราะอุปกรณ์หลายชิ้นควรนำมาเป็นเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ หมอจำเป็นต้องใช้ในงานเพศบำบัด เพื่อรักษาปัญหาทางเพศ แพทยสภามีแพทย์สาขาเวชศาสตร์ทางเพศแล้ว แต่หมอยังไม่สามารถนำอุปกรณ์เหล่านี้มาใช้บำบัดรักษาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย"
31 มี.ค. 2024
ภาวะเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ (Dyspareunia) เจ็บแค่ไหนที่ควรมาปรึกษาแพทย์?
เมื่อมีอาการเจ็บปวดใหม่หรือเจ็บปวดเพิ่มขึ้นขณะมีเพศสัมพันธ์ เมื่อมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ มีแผลหรือรอยแดงบนอวัยวะเพศ มีประจำเดือนไม่ปกติ ตกขาวผิดปกติ หรือมีอาการปวดท้องน้อย มีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อยหรือมีปัญหาเกี่ยวกับการขับถ่าย และมีความเจ็บปวดที่ไม่สามารถอธิบายได้จากสาเหตุทางกาย หากคุณประสบปัญหาเหล่านี้ ไม่ควรลังเลที่จะปรึกษากับแพทย์ เพื่อที่คุณจะได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องและการรักษาที่เหมาะสม การรักษาอาจรวมถึงการใช้ยา การทำกายภาพบำบัด การบำบัดทางเพศ หรือการเข้ารับการบำบัดด้วยวิธีอื่นๆ ที่สามารถช่วยลดอาการเจ็บปวดและปรับปรุงความสัมพันธ์ของคุณให้ดีขึ้น
29 ก.ย. 2023
ภาวะความผิดปกติของการรับความรู้สึกบริเวณอวัยวะเพศและอุ้งเชิงกราน (Persistent Genital Arousal Disorder/Genitopelvic Dysesthesia : PGAD/GPD) | BSHC
เป็นความผิดปกติทางเพศในผู้หญิงที่พบได้ไม่บ่อยนัก มีลักษณะสำคัญคือ มีอาการรู้สึกไม่สบาย ปวด บวม ตึง หรือรู้สึกเต้นตุบ ๆ คล้ายมีอาการเสียวที่บริเวณอวัยวะเพศ เช่น คลิตอริส แคมใหญ่ แคมเล็ก ช่องคลอด ฝั่งอุ้งเชิงกราน หรือทวารหนัก อย่างต่อเนื่องและรุนแรง โดยเป็นอาการที่เกิดขึ้นเองโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่สามารถควบคุมได้ และไม่ได้เกิดจากการมีอารมณ์หรือความต้องการทางเพศแต่อย่างใด อาการเหล่านี้มักส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก ทำให้รู้สึกอับอาย เครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ หงุดหงิด ซึมเศร้า และอาจมีความคิดอยากฆ่าตัวตายได้ในรายที่มีอาการรุนแรง
6 เม.ย. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy